Learn English

Home > Learn English

รัฐประหารแปลว่าอะไรเป็นภาษาอังกฤษ

Published: 26 May 2015

 

ช่วงนี้มีคนไทยถามผมบ่อยว่า รัฐประหาร แปลว่าอะไร ปัติวัติ แปลว่าอะไร เมื่อวานอยู่ ห้าง Terminal 21 ยังมีวัยรุ่นวิ่งมาถามด้วย ผมไม่รู้ว่าอันไหนแปลกมากกว่ากันระหว่างวัยรุ่นถามถึงหัวข้อนี้ กับการที่ผมเองอยู่ในห้อง Terminal 21 ครับ

เรามาเริ่มกับ ปฏิวัติ ดีกว่า

ภาษาอังกฤษได้ยืมคำจากภาษาฝรั่งเศสคือ coup แต่ถึงแม้ว่าเราสะกดด้วย p ตอนท้าย แต่ไม่จำเป็นต้องออกเสียงครับ เราจะออกเสียงคำนี้ว่า "คู"

            ชื่อเต็มของ ปฏิวัติ ไม่ว่าจะเป็นภาษาฝรั่งเศสหรือภาษาอังกฤษ คือ coup d'etat ซึ่งเราจะออกเสียงว่า คู-เด-ทา เช่น

            There was a coup d’etat in Thailand in 2006.

(เมื่อปี 2006มีปฏิวัติเกิดขึ้นในประเทศไทย)

            Did you hear? There's been a coup d’etat!

(ได้ยินหรือเปล่า ... ปฏิวัติแล้ว!)

            แต่โดยทั่วไปแล้ว เราใช้ coup เฉยๆครับ เช่น

            There was a coup in Thailand in 2006.

            Did you hear? There's been a coup!

บางครั้งเราเรียกว่า military coup เพราะ military แปลว่า ทหารบก เช่น

            There was a military coup in Thailand in 2006! หรือ

            Did you hear? There's been a military coup!

            และเราคงลืมสอนคำว่า ปฏิวัติซ้อน ไม่ได้ครับ คำนี้ใช้ counter-coup ครับ

            The people fear a counter-coup anytime this month.

            (ประชาชนเกรงว่าจะมีปฏิวัติซ้อนเกิดขึ้นในเวลาใดเวลาหนึ่งภายในเดือนนี้)

            ท่านผู้อ่านคงจำไม่ได้ว่า ในสัปดาห์แรกหลังจากปฏิวัติเมื่อปี 2549 ของเมืองไทยได้เกิดขึ้น สื่อและชาวบ้านทั่วไป รวมถึงผม ได้เรียกเหตุการณ์นี้ว่า ปฏิวัติ เพราะมันติดปากและเป็นศัพท์ที่เราคุ้นเคยมานาน แต่หลัง 2-3 วันคณะปฏิรูปนั้นได้ออกมาแถลงข่าวว่า อย่าไปเรียกว่า ปฏิวัติ แต่ต้องเรียกว่า รัฐประหาร แทน

            ผมรีบไปที่หิ้งหนังสือผม หยิบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานฉบับพ.ศ. 2542 เพื่อหาความแตกต่างระหว่าง ปฏิวัติ และ รัฐประหาร ปรากฏว่า ในภาษาไทยคำว่า ปฏิวัฒิ กับ รัฐประหาร มีความหมายไม่เหมือนกันจริง

            ปฏิวัติ คือ การเปลี่ยนแปลงระบอบการบริหารกรเมือง เช่น จาก เผด็จการณ์ เป็น ระบอบประชาธิปไตย หรือ จาก ประชาธิปไตยเป็นคอมมิวนิสท์

            ส่วน รัฐประหารนั้น พจนานุกรมบอกว่า เป็น การยึดอำนาจเปลี่ยนรัฐบาล เช่น ไล่ชุดนี้ออกเพื่อรองรับชุดใหม่ โดยไม่คิดจะทำลายระบอบการปกครอง อย่างนี้เรียกว่า รัฐประหาร

            แล้วภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไรดี

            มีข่าวดีมาบอก

            ใช้ coup สำหรับทั้ง 2 สถานการณ์ ครับ ไชยโย!

            นั่นเป็นเพราะว่า coup หรือ coup d’etat นั้นมีความหมายว่า การที่มีกลุ่มคนยึดอำนาจในประเทศนั้น เพื่อการเปลี่ยนระบอบ หรือ เปลี่ยนรัฐบาลก็ไม่สำคัญ ทั้ง 2 สถานการณ์ถือว่าเป็น coup

            ทีนี้เราคงต้องนำเสนออีกคำหนึ่งที่เกี่ยวข้อง คำนั้นคือคำว่า revolution

            revolution … คำนี้เป็นอีกคำหนึ่งที่เราใช้ในความหมายว่า ปฏิวัติ เพราะความหมายคือ การที่กลุ่มคนจำนวนมากได้บังคับให้เปลี่ยนระบอบการปกครอง กลุ่มคนนั้นมักจะเป็นพลเมือง ไม่ใช่ทหาร อย่างเช่นที่ประเทศฝรั่งเสสเมื่อ 200 กว่าปีที่แล้ว ที่ประชาชนไม่พอใจกับพระราชวง เขาได้ปฏิวัติโดยประหารชีวิตพระราชวง หลังจากนั้นเขาแต่งตั้งระบอบประชาธิบไตยแทน เหตุการณ์นี้ภาษาอังกฤษเรียกว่า The French Revolution ครับ แต่ขอย้ำว่าส่วนใหญ่ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงโดยทหารนำ

            ผมเห็นสื่อใช้คำว่า uprising บ่อยในช่วงที่เรามีการชุมนุมในกรุงเทพฯในสามเดือนที่ผ่านมา คำนี้ uprising หมายถึง การกบฏ การจราจล หรือ การที่พลเมืองจำนวนมากออกมาชุมนุมหรือประท้วงรัฐบาลเพราะไม่พอใจ ยังไม่ถึงขนาด revolution ครับ แต่ revolution นี้มักจะตามหลัง uprising ครับ

ขอกลับไปที่คำว่า military สักหน่อยครับ

ถ้าพูดถึงทหาร หรือเน้นว่ารัฐประหารนั้นจัดโดยทหาร คงต้องใช้คำว่า military coup เพราะคำว่า military เป็น adjective ที่หมายถึง อะไรที่เกี่ยวกับทหาร เช่น

            Channel 5 is a military station.

            (ช่อง 5 เป็นสถานีโทรทัศน์ของทหาร)

            In September 2006, a military coup took place in Thailand.

(ในเดือนกันยายน พศ. 2549 มีรัฏประหารเกิดขึ้น … ใช้ take place ในความหมายว่า จัดขึ้น หรือ เกิดขึ้น)

            There is a military government in power.

            (มีรัฐบาลทหารปกครองอยู่)

            คำ ๆ เดียวกันนี้สามารถใช้ในรูปคำนาม ซึ่งหมายกึง ทหารโดยรวม เช่น

He is a member of the military. (เขาเป็นสมขชิกของทหาร … ก็ เขาเป็นทหาร นั่นเอง)

คำตรงข้ามกับ military คือ civilian ครับ หรือ พลเมือง เช่น civilian government หมายถึง รัฐบาลของประชาชน ไม่ใช่รัฐบาลของทหาร

ก่อนจะจบเรื่องนี้ขอเสนอศัพท์อีก 2 คำที่ควรรู้ นั่นคือ กฎอัยการศึก กับ การห้ามออกนอกบ้าน ซึ่ง 2 อย่างนี้มักจะเกิดขึ้นกในช่วงรัฐประหาร

กฏอัยการศึก ภาษาอังกฤาเรียกว่า martial law เพราะ martial (ออกเสียงว่า มา-ชึล) มีความหมายคล้ายกับ military หรือ อะไรที่เกี่ยวข้องกับการปกครองของทหาร และคำว่า law แปลว่า กฏหมาย เช่น

Thailand is under martial law.

(ประเทศไทยอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก)

เมื่อมีการยกเลิกกฏอัยการศึกเราใช้กริยา to lift ครับ เช่น

The military government lifted martial law.

(รัฐบาลทหารประกาศยกเลิกกฏอัยการศึก)

ส่วนอีกคำหนึง … การห้ามออกนอกบ้าน นั้นคนไทยรู้จักคำว่า curfew อย่างดี ส่วนใหญ่คำนี้หมายถึง การห้ามออกจากบ้านตอนกลางคืน เช่น

There is a six o’clock curfew.

(ห้ามออกนอกบ้านหลัง 18 นาฬิกา)

Bangkok is under curfew.

(สำหรับชาวกรุงเทพฯรัฐบาลตั้งกฏห้ามออกนอกบ้านตอนกลางคืน)

และเช่นเดียวกับคำว่า martial law เมื่อไม่มี เคอร์ฟิวแล้ว หรือยกเลิก ใช้ lift ได้เลย

When will they lift the curfew?

(รัฐบาลจะประกาศรกเลิกเคอร์ฟิวเมื่อไร)

Now that it’s peaceful, the curfew has been lifted.

(เนื่องจากว่าบ้านเมืองสงบแล้ว มีการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวแล้ว)

ผมถึงย่อหน้าสุดท้ายนี้รู้สึกอายที่ยังไม่ได้สอนคำสำคัญในหัวข้อนี้ครับ หรือคำที่ควรติดปากทุกคนไม่ว่าจะประท้วงหรือรัฐประหารหรือชุมนุมก็ตาม คำนั้นคือ …

… peace.

ติดตามแอนดรูว์ บิ๊กส์ได้ทาง twitter ที่ @andrewbiggs

หนังสือเล่มใหม่ของแอนดรูว์ออกแล้วชื่อ “99 คำถามภาษาอังกฤษที่คุณต้องรู้ในยุคอาเซียน” สั้งซื้อได้ที่ www.andrewbiggs.com

 

 



 
       
  About Andrew Biggs
   
  Andrew Biggs was born in Brisbane, Australia. He worked as a journalist up until Valentine’s Day, 1989, when he flew to Bangkok.

read more
  Our Classrooms
   
  ABA offers tailor-made courses for companies. This means we build a course for your staff based on your direct needs. Our classes stress proper pronunciation as well as confidence building.

read more
  Contact Us
   
  Head Office : 1521/2 Taisin Square 2nd flr., (Soi 67-69), Sukhumvit Road, Phrakhanong Nua, Wattana, Bangkok

read more
  Follow Us
 
       
 
 
© 2013 Andrew Biggs Academy by Andrew Biggs. All rights reserved. For more information, please contact info@andrewbiggs.com
Our Bangkok Office: Tel: 02.726.9857-8, 086.339.5563, 087.337.5456 Fax: 02.726.9856
Hatyai: Tel : 074.347.267-8 Fax: 074.347.269 Mobile: 091.461.4558 Songkhla: 074.333.324